โปะบ้านเดือนละเท่าไหร่ถึงคุ้ม
การโปะบ้านคือการจ่ายเงินต้นเพิ่มเข้าไปนอกเหนือจากค่างวดปกติ เงินทุกบาทที่โปะจะหักออกจากเงินต้นทันที ทำให้ดอกเบี้ยในเดือนถัดไปลดลงเป็นลูกโซ่ ผลคือทั้งดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาและระยะเวลาผ่อนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
เขียนโดย ทีมคิดให้คุ้ม
ทีมจัดทำเครื่องมือและบทความการเงินส่วนบุคคล
ตรวจทานโดย ทีมตรวจทานสูตรคิดให้คุ้ม
สูตร สมมติฐาน และข้อจำกัดเชื่อมกับหน้าวิธีคำนวณ

บทที่ 1
ตัวอย่าง: บ้าน 3 ล้าน กู้ 30 ปี ดอกเบี้ย 6.5%
ค่างวดคงที่ประมาณ 18,966 บาท/เดือน ดอกเบี้ยรวม 30 ปีอยู่ที่ราว 3.83 ล้านบาท เพิ่มเงินโปะอีก 5,000 บาท/เดือน สามารถลดระยะเวลาผ่อนเหลือเพียงราว 19 ปี และประหยัดดอกเบี้ยได้กว่า 1.5 ล้านบาท
บ้าน 3 ล้าน 30 ปี 6.5%
| ค่างวดปกติ | ฿18,966 |
| ดอกเบี้ยรวม (ไม่โปะ) | ฿3,827,000 |
| โปะเพิ่ม ฿5,000/เดือน — ดอกเบี้ยรวม | ฿2,323,000 |
| ประหยัดดอกเบี้ย | ฿1,504,000 |
| ลดระยะเวลาเหลือ | ~19 ปี |
บทที่ 2
โปะอย่างไรให้คุ้ม
1) โปะเร็วยิ่งคุ้ม เพราะเงินต้นช่วงต้นสัญญาดอกเบี้ยทบกินมากที่สุด
2) แจ้งธนาคารให้ ‘หักเงินต้น’ ไม่ใช่จ่ายค่างวดล่วงหน้า มิเช่นนั้นเงินบางส่วนจะถูกแบ่งไปเป็นดอกเบี้ย
3) เปรียบเทียบกับผลตอบแทนการลงทุน หากลงทุนได้สูงกว่าดอกเบี้ยบ้านอย่างมีนัยสำคัญ อาจไม่ต้องเร่งโปะทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าจะรีไฟแนนซ์เร็วๆ นี้ ควรโปะตอนนี้ไหม
ถ้าจะรีไฟแนนซ์ภายใน 6–12 เดือน การโปะอาจช่วยน้อยลง เพราะดอกเบี้ยจะลดลงอยู่แล้วเมื่อรีไฟแนนซ์ แนะนำเก็บเงินไว้เป็น down payment เพิ่มหรือเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายรีไฟแนนซ์
โปะแล้วผ่อนต่อเดือนน้อยลงไหม
โดยทั่วไปไม่เปลี่ยน — เงินที่โปะจะไปลดเงินต้น ทำให้ระยะเวลาผ่อนสั้นลงและดอกเบี้ยรวมลดลง แต่ค่างวดต่อเดือนยังเท่าเดิม
มาตรฐานบทความนี้
ใช้ตัวอย่างตัวเลขเพื่ออธิบายแนวคิด ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินส่วนบุคคล
เชื่อมไปยังเครื่องมือคำนวณที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ผู้อ่านปรับสมมติฐานเองได้
หากอัตรา ภาษี หรือเงื่อนไขสำคัญเปลี่ยน จะอัปเดตวันที่แก้ไขในบทความ